เจริญเวช แผนโบราณ คลินิก แพทย์แผนไทย

สมุนไพรสำหรับระบบทางเดินหายใจ

          สวัสดีคะ เนื่องจากในช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆได้อยู่ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก แถมยังมีลมหนาวแล้วนะคะ กล่องข้อความ:  หลายๆท่านอาจมีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการไอ เจ็บคอ ระคายคอจากเสมหะ  ก็เลยจะขอนำความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรที่ใช้ในสำหรับรักษาอาการเจ็บป่วยของระบบทางเดินหายใจ มาฝากกันคะ

          อาการไอ เจ็บคอ ระคายคอจากเสมหะ เกิดเนื่องจากหลายสาเหตุคะ โดยสาเหตุสำคัญมาจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเป็นอาการไอแบบแห้ง ๆ ยาที่ใช้รักษาอาการไอ เจ็บคอ และระคายคอจากเสมหะมีการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ยาแก้ไอที่ทำให้คอชุ่มชื่น ยาแก้ไอที่ลดอาการไอจากการขับเสมหะ ยาแก้ไอที่ช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น ในที่นี้ข้อแนะนำ สมุนไพรที่ช่วยลดอาการไอ ขับเสมหะ และช่วยให้ลำคอชุ่มชื่น

อันดับแรกขอแนะนำให้รู้จัก “ ขิง” คะ

         

ขิง ging2

กล่องข้อความ:  ชื่อวิทยาศาสตร์       Zingiber officinalis Rosc.
ชื่อวงศ์                    Zingiberaceae
ชื่อสามัญ                Ginger

                                  ส่วนที่ใช้เป็นยา       “เหง้าแก่สด”

สรรพคุณและการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพร

1. อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด และอาการคลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากธาตุไม่ปกติ เมารถเมาเรือ โดยใช้เหง้าแก่สดขนาดเท่าหัวแม่มือ (ประมาณ 5 กรัม) ทุบให้แตก ต้มเอาน้ำดื่ม

 2. แก้ไอ และขับเสมหะ ฝนกับน้ำมะนาว หรือใช้เหง้าสดตำผสมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาน้ำและเติมเกลือเล็กน้อย ใช้กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ

ลำดับต่อไป คือ “ดีปลี” คะ

Piper_retrofractum_picture1

 
 ดีปลี  

 
piper

ชื่อวิทยาศาสตร์      Piper retrofractum Vahl.

ชื่อวงศ์                  Piperaceae

ส่วนที่ใช้เป็นยา     ผลแก่แห้ง ดอกแก่ (ช่อผลแก่)

สรรพคุณและการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพร

          1. อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และปวดท้อง และแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ที่เกิดจากธาตุไม่ปกติ โดยใช้ผลแก่ ่แห้ง 1 กำมือ (ประมาณ 10-15 ดอก) เติมน้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้ม 10-15 นาที ดื่มแต่น้ำวันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ถ้าไม่มีดอกใช้ ้เถาต้มแทนได้

          2. อาการไอ และขับเสมหะ ใช้ผลแก่แห้งประมาณครึ่งผล ฝนกับน้ำมะนาวแทรกเกลือ กวาดคอวันละ2 ครั้ง เช้า เย็น หรือใช้จิบบ่อย ๆ

ลำดับที่ 3 ได้แก่ “มะขาม”

กล่องข้อความ:                                             มะขาม

กล่องข้อความ:  ชื่อวิทยาศาตร์        Tamarindus indica Linn.
ชื่อวงศ์                   Leguminosae
ชื่อสามัญ            Indian date, Tamarind

ส่วนที่ใช้เป็นยา    เนื้อในฝักแก่ (มะขามเปียก) เปลือกต้น (ทั้งสดหรือแห้ง) เนื้อในเมล็ด

สรรพคุณและการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพร

          1. แก้อาการท้องผูก ใช้เนื้อฝักแก่หรือมะขามเปียกรสเปรี้ยว 10-20 ฝัก (หนัก 70-150 กรัม) จิ้มเกลือรับประทาน แล้วดื่มน้ำตามมากๆ หรือเติมน้ำคั้นใส่เกลือเล็กน้อยดื่มเป็นน้ำมะขาม

          2. แก้อาการท้องเดิน ใช้เปลือกต้นทั้งสดหรือแห้งประมาณ 1-2 กำมือ (15-30 กรัม) ต้มกับน้ำปูนใสหรือน้ำดื่ม

          3. ถ่ายพยาธิไส้เดือน  นำเอาเมล็ดแก่มาคั่วแล้วกะเทาะเปลือก นำเนื้อในเมล็ดไปแช่น้ำเกลือจนนุ่ม รับประทาน ครั้งละ 20-30 เมล็ด

          4. อาการไอ มีเสมหะ ใช้เนื้อในฝักแก่หรือมะขามเปียกจิ้มเกลือรับประทาน

          5. ในตำรับยาโบราณใช้ใบมะขามต้มกับหัวหอมแดงโกรกศีรษะเด็กแก้เป็นหวัดคัดจมูก หรือใช้อาบ อบตัวคนไข้ช่วย ขับเหงื่อและหายใจคล่อง

ลำดับที่ 4  “ มะขามป้อม” คะ

pom

 
 มะขามป้อม  

 

กล่องข้อความ:  ชื่อวิทยาศาสตร์     Phyllanthus emblica  Linn. 
ชื่อวงศ์                   Euphorbbiaceae

ส่วนที่ใช้เป็นยา   ผลโตเต็มที่สด  
รสและสรรพคุณยาไทย    มะขามป้อมเป็นผลไม้ที่มีหลายรสคือ เปรี้ยว หวาน ฝาด ขม ซึ่งความหลากหลายของรสนี้ในทาง ยาไทยถือว่าสามารถรักษาโรคได้หลายโรค โดยเฉพาะรสฝาด ขม เปรี้ยว เป็นจุดเด่นของสมุนไพรชนิดนี้ หมอแผนโบราณหรือ ชาวบ้านจึงใช้มะขามป้อมแก้หวัด 

สารที่พบ  ในเนื้อผลมะขามป้อมมีกรดแอสคอบิกหรือวิตามินซีสูงถึง 1-2% ทำให้กรดชนิดในมะขามป้อม 1 ผล สูงเท่ากับทีพบในส้ม 2 ผล
สรรพคุณและการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพร

แก้ไอ ขับเสมหะ โดยใช้เนื้อผลสด ครั้งละ 2-5 ผล โขลกพอแหลก แทรกเกลือเล็กน้อย อมหรือเคี้ยว วันละ 3-4 ครั้ง การที่เนื้อมะขามป้อม แก้ไอ ขับเสมหะได้ เพราะในเนื้อมีกรดอินทรีย์ และมีสารช่วยกระตุ้นให้น้ำลายออก ช่วยละลาย เสมหะ

มาดูลำดับที่ 5 กันเลยคะ ได้แก่ “มะนาว”

กล่องข้อความ:                                                  มะนาว

กล่องข้อความ:  ชื่อวิทยาศาสตร์     Citrus aurantifolia (Christm.) Swing
ชื่อวงศ์                   Rutaceae
ชื่อสามัญ            Common lime, Lime

ส่วนที่ใช้เป็นยา     เปลือกและน้ำของลูกมะนาว

สารที่พบ    ผิวเปลือกของมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้ มีวิตามินเอและซี ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัสสูงกว่าในน้ำมะนาว มีสารที่มีรสขม และอื่นๆ ส่วนในน้ำมะนาวมีสารเคมีหลายชนิด เช่น Citral, Slaronoid และมีกรดอินทรีย์หลายชนิดเช่น กรดซิตริก กรดมาลิค วิตามินซี และมีสารอื่นๆ ซึ่งมีรสเปรี้ยวกระตุ้นให้เกิดการ ขับน้ำลาย ทำให้ชุ่มคอ ช่วยลดอาการไอ และรสเปรี้ยวจะช่วยกัดเสมหะ และเนื่องจากน้ำมะนาวมีวิตามินซีสูงจึงช่วยป้องกัน โรคลักปิดลักเปิดได้
สรรพคุณและการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพร
           1. น้ำมะนาว รักษาอาการไอ และขับเสมหะ ใช้ผลสดคั้นน้ำจะได้น้ำมะนาวเข้มข้น และเกลือเล็กน้อยจิบบ่อยๆ หรือจะทำเป็นน้ำมะนาว ใส่เกลือและน้ำตาล ปรุงให้รสจัดสักหน่อย ดื่มบ่อยๆ ก็ได้    
           2. เปลือกมะนาว รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุดเสียด ให้นำเอาเปลือกของผลสดประมาณครึ่งผล คลึงหรือทุบเล็กน้อยพอให้น้ำมันออก ชงน้ำร้อนดื่มเวลามีอาการ

และลำดับสุดท้าย คือ “ มะแว้งต้น” คะ

                                                มะแว้งต้น

solanum_indicum_picture2

                                       ชื่อวิทยาศาสตร์       Solanum indicum Linn. (1)

                                        ชื่อวงศ์                      Solanaceae           

                                      ส่วนที่ใช้เป็นยา     ผลแก่สดและแห้ง

สรรพคุณและการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพร

          ใช้รักษาอาการไอและขับเสมหะ โดยนำเอาผลแก่สด

5-10 ผล โขลกพอแหลก คั้นเอาแต่น้ำใส่เกลือจิบบ่อยๆ หรือใช้ ผลสดเคี้ยวแล้วกลืนทั้งน้ำและเนื้อ กินบ่อยๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น

 
 
 
 

Copyright ?2006, It-gateways.com. All rights reserved

 

 

 

 

 

 

 

เมนูหลัก