เห็ดหัวลิง.. ใช้ต้านโรคมะเร็ง

 

        เหตุเพราะวิวัฒนาการของมนุษย์  หรือด้วยความเร้นลับของธรรมชาติบนโลกใบนี้  ทำให้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีชื่อเรียก  และรูปลักษณ์แปลก ๆ  เช่น  สัตว์  สิ่งของ  หรือพืชต่าง ๆ   ฯลฯ  ที่มนุษย์เราไม่เคยได้ยินประสบพบเห็น  และอาจมีน้อยคนนักที่เคยสัมผัส  เชื่อไหมว่า  ถ้าเอ่ยขื่อ “เห็ดหัวลิง”  ขึ้นมา  หลายคนอาจหัวเราะจนท้องแข็ง   แต่คงต้องบอกว่าเห็ดหัวลิงนี้มีจริง ๆ  และที่สำคัญมีรสชาติหวานชวนหลงใหลหากใครได้ลิ้มลอง  ยิ่งนำมาทำอาหารประเภทซุปขอบอกว่ารสชาติไม่แพ้หูฉลามแถว ๆ เยาวราชเลย  แต่ขอบอกว่ารสชาติดีอย่างเดียวไม่พอ  เรื่องสรรพคุณทางยาก็ไม่เป็นรองใคร

 

          

เห็ดหัวลิง..  (เห็ดเม่น แผ่นเห็ดลิง)

มีชื่อสามัญ ว่า
Monkey’s head หรือ Lion’s Mane
ทางญี่ปุ่นเรียก
Yamabushitake

ส่วนชื่อที่เป็นทางการในประเทศไทย ตั้งโดยสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย
ชื่อ
“เห็ดภู่มาลา 60”

 

มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Hericium erinaceus(Bull Ex Fr)
หรือ
Hericium erinaceum

 

เป็นเห็ดเพาะจากเชื้อเห็ดลิง มีขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นรู ๆ หลายตา

 

เห็ดหัวลิงเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงหนึ่งในแปดอย่างของจีน

มีคุณค่าทางอาหารและมีสรรพคุณเป็นยา อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ

ข้อมูลวิจัยทางโภชนาการ พบว่า ในเห็ดหัวลิงแห้ง 100 กรัม จะมีโปรตีน 26.3 กรัม
(ซึ่งมีมากกว่าในเห็ดหอม
1 เท่า) มีกรดอะมิโนอยู่ 16 ชนิด
ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกายอยู่ถึง
7 ชนิด

เนื่องจากเห็ดหัวลิงมีโปรตีนสูง และมีวิตามินหลายชนิดจึงได้ชื่อว่า "เป็นเนื้อสัตว์จากพืช"

 

แพทย์จีนแผนโบราณเห็นว่า เห็ดหัวลิงมีรสชาติหวาน มีฤทธิ์อ่อน
ใช้บำรุงม้ามและกระเพาะ เพิ่มกำลังวังชา
และต่อต้านมะเร็ง ช่วยในการรักษามะเร็งในระบบทางเดินอาหาร
โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งที่ร่างกายอ่อนแอมาก
นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการข้างเคียงจากการให้เคมีบำบัด และรังสีบำบัดได้ด้วย


ดังนั้น เห็ดหัวลิงจึงได้รับสมญาว่าเป็น
1 ใน 4 ของอาหารชั้นเลิศในประเทศจีน

 

จากการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า ในเห็ดหัวลิงมี

สารแลนติแนนและสารเปปไทด์
ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงขึ้น
อีกทั้งยังช่วยเร่งการสร้างสารภูมิคุ้มกันอินเตอร์เฟอรอน
และจากทดลองในหนูปรากฏว่า มีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของก้อนมะเร็ง

และยับยั้งการถอดแบบหรือเปลี่ยนถ่ายสารทางพันธุกรรมของดีเอ็นเอ (DNA)
และอาร์เอนเอ (RNA) ในเซลล์ตัวหนูทดลอง
ซึ่งระดับในการยับยั้งนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับระดับความเข้มข้นของตัวยา
ที่ใช้ในการทดลองรักษา

 

เมื่อนำเห็ดหัวลิงไปปรุงเป็นอาหารร่วมกับ
เต้าหู้ ถั่วงอก เห็ดหูหนู สาหร่ายทะเล แครอท
ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารต้านมะเร็ง
ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มคุณประโยชน์ทางโภชนาการ
ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรักษาที่กำลังดำเนินอยู่ดียิ่งขึ้น

แนะนำว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งควรรับประทานเห็ดหัวลิงเป็นประจำ
โดยใช้ประมาณ
60-120 กรัม นำไปผัดหรือแกง
จะเป็นผลดีต่อการรักษาโรคมะเร็ง

ป้องกันมิให้มะเร็งลุกลามแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น หรือกลับมาเป็นซ้ำอีก

 

 

Copyright© 2006, It-gateways.com. All rights reserved